คู่มือประชาชน : เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

 

กลับไปหน้าหลัก          E-mail This Page  

 

คู่มือประชาชน : เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

ที่มา http://www.ku.ac.th

========================

 

การปฏิบัติสำหรับกรณีฉุกเฉิน

 

      1. ตั้งสติให้ได้ อย่าตกใจ

      2. ขอความช่วยเหลือ

·         สายด่วนฮอทไลน์ ศูนย์สื่อสารสาธารณสุข "นเรนทร" 1669 หรือ 0-2951-0282

·         เหตุด่วนเหตุร้าย 191 หรือ 0-2246-1338-42

·         เพลิงไหม้ 199 หรือ 0-2246-0199

·         จส.100 0-2711-9150 หรือ 0-2711-9151-8

·         สวพ.91 1644 หรือ 0-2562-0033-5 หรือ 0-2941-0848

·         ร่วมด้วยช่วยกัน 1677 หรือ 0-2644-6996

·         กู้ภัยป่อเต๊กตึ๊ง 0-2226-4444-8

·         กู้ภัยร่วมกตัญญู 0-2751-0951-3

·         หน่วยแพทย์กู้ชีวิต วชิรพยาบาล 1554

      3. การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

o   ช่วยหายใจให้อากาศเข้าปอดสะดวก คลายเสื้อผ้าให้หลวม

o   ห้ามเลือด

o   นอนนิ่ง ๆ ห่มผ้า คอยสังเกตอาการ จับชีพจรเป็นระยะ

o   ถ้ามีกระดูกหัก อย่าเคลื่อนย้าย

o   ห้ามรับประทานสิ่งใด (ถ้าไฟลวกรุนแรงให้จิบน้ำคำเล็ก ๆ)

 

อุปกรณ์ปฐมพยาบาล

o   สำลี

o   ผ้ากอซแผ่นชนิดฆ่าเชื้อ ทำความสะอาด (แอลกอฮอล์)

o   คีมสำหรับบ่งเสี้ยน

o   ผ้าสามเหลี่ยม

o   ผ้ากอซพันแผลขนาดต่าง ๆ เช่น 1 นิ้ว 2 นิ้ว 3 นิ้ว หรือ 4 นิ้ว

o   กรรไกรขนาดกลาง

o   เข็มกลัดซ่อนปลาย

o   แก้วล้างตา

o   พลาสเตอร์ม้วน หรือชิ้น

o   ผ้ายืดพันแก้เคล็ด ขัดยอก (Elastic bandage)

o   ผ้ากอซชุบพาราฟินสำหรับปิดแผลไฟไหม้

 

ยาที่ควรมีไว้ในตู้ยาประจำบ้าน

ü  ยาแก้ปวดลดไข้ เช่น ยาเม็ดพาราเซตามอล ขนาด 500 มิลลิกรัม

ü  ยาแก้แพ้ ลดน้ำมูก เช่น ยาเม็ดคลอเฟนนิรามีน 4 มิลลิกรัม และ 2 มิลลิกรัม

ü  ยาแก้ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ เช่น ยาธาตุน้ำแดง ยาธาตุน้ำขาว โซดามิ้นท์ ขมิ้นชันแคปซูล

ü  ยาโรคกระเพาะ เช่น ยาเม็ดอลูมินาแมกนิเซีย ไตรซิลลิเคท ยาน้ำอัลมาเยล

ü  ยาแก้ท้องเสีย เช่น ยาน้ำเคาลินเปคติน ผงน้ำตาลเกลือแร่

ü  ยาใส่แผล เช่น ทิงเจอร์แผลสด ไอโปดีน

ü  ยาล้างตา โบริคโซลูชั่น

ü  ยาล้างแผล เช็ดแผล เช่น ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ แอลกอฮอล์เช็ดแผล

ü  ยาทาแก้แพ้ แก้คัน คาลาไมน์

ü  ยาทานวด เช่น ขี้ผึ้งปวดบวม ครีมระกำ GPO บาล์ม

ü  ยาแก้ไอผู้ใหญ่ เช่น ยาแก้ไอน้ำดำ ยาขับเสมหะ

ü  ยาแก้ไอเด็ก เช่น ยาแก้ไอขับเสมหะ ยาแก้ไอเด็กเล็ก

ü  ยาระบาย เช่น ยาระบายแมกนีเซีย ชามะขามแขก ยาเม็ดมะขามแขก

ü  ยาสูดดม เช่น เหล้าแอมโมเนีย

 

ความปลอดภัยสำหรับเด็ก

Ø  อย่าปล่อยให้ทารก หรือเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ไว้กับสิ่งใดที่อุดตันทางเดินหายใจได้ เช่น ถุงพลาสติก ให้เลือก   ของเล่นชิ้นใหญ่ ๆ ที่ใส่ปากไม่ได้

Ø  อย่าใช้หมอนกับทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี

Ø  อย่าทิ้งทารกไว้กับขวดนม หรืออาหารตามลำพัง เพราะอาจสำลักได้

Ø  ห้ามให้ถั่วลิสง น้อยหน่า มะขาม แก่เด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบ

Ø  อย่าปล่อยให้เด็กทารกไว้บนเตียงกับคุณนาน ๆ เพราะอาจเผลอหลับทับเด็กได้

Ø  อย่าปล่อยเด็กหรือทารกไว้บนที่ยกสูงตามลำพัง

Ø  รถหัดเดินควรมีฐานและล้อที่แข็งแรง

Ø  อย่าปล่อยเด็ก หรือทารกไว้บนเก้าอี้สูงโดยไม่มีเครื่องรัดตัว

Ø  อย่าปล่อยให้เด็กสวมถุงหน้าเดินไป-มา

Ø  อย่าวางแจกันแก้ว กาน้ำร้อนไว้บนโต๊ะเตี้ย หรือในระยะที่เด็กเอื้อมมือถึง

Ø  หาที่ครอบปลั๊กไฟ และสอนไม่ให้เล่นปลั๊กไฟ พัดลม เมื่อเด็กเรียนรู้และสอนจุดอันตรายต่าง ๆ ให้เด็กทราบ

Ø  ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ข้ามถนนตามลำพัง ควรจูงมือเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบ ข้ามถนนเสมอ

Ø  อย่าถือของร้อน ถ้วยกาแฟร้อน ๆ เหนือศีรษะเด็ก

Ø  บ้านที่มีเด็กในวัยหัดเดินเตาะแตะ ไม่ควรใช้ผ้าปูโต๊ะที่มีชายให้เด็กดึงได้

 

บาดเจ็บที่ตา

§  หากกรดหรือด่างเข้าตา อย่าขยี้ตา ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดมาก ๆ แล้วรีบพาไปพบแพทย์

§  หากถูกของแหลมทิ่ม ให้นอนหลับตา ปิดตาด้วยผ้ากอซ หรือผ้าเช็ดหน้า อย่าขยับสายตาไปมา แล้วรีบพาไปพบแพทย์ทันที

§  หากมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตาขาว ขยี้ตาเบา ๆ กระพริบตา ล้างตา หรือเงยสายตาขึ้นด้านบน แล้วใช้มุมผ้าเช็ดหน้าเขี่ยผงออก ถ้าเขี่ยไม่ออกให้รีบพาไปพบแพทย์

§  ถ้าถูกกระแทกที่ดวงตา ให้ประคบด้วยความเย็นทันที แล้วรีบพาไปพบแพทย์

 

กระดูกหัก

§  ให้วางอวัยวะส่วนนั้น ๆ บนแผ่นไม้ หรือหนังสือหนา ๆ

§  ใช้ผ้าพันยึดไม่ให้เคลื่อนไหว

§  ถ้าเป็นปลายแขน หรือมือ ให้ใช้ผ้าคล้องคอ

 

เลือดออก

§  ใช้นิ้วกดบาดแผลประมาณ 10 นาที หรือบีบเนื้อข้าง ๆ มาปิดแผล

§  ใช้ผ้าหรือเน็คไทพันปิดบาดแผลไว้ อย่าให้แน่นจนชา

§  แผลที่แขน หรือขา ให้ยกสูง ถ้าเลือดไหลไม่หยุดให้กดเส้นเลือดใหญ่ที่ไปเลี้ยงแขน หรือขา

 

ช็อค

§  อาจมีสาเหตุมาจากโรคหัวใจกำเริบ เกิดการบาดเจ็บรุนแรง เลือดออกมาก ไฟไหม้น้ำร้อนลวก กระดูกหัก อาเจียน หรือท้องเสียรุนแรง

§  จะมีอาการหนาวเย็น เหงื่อออก เวียนศีรษะ หายใจเร็วขึ้น ชีพจรเร็วแต่แผ่ว กลัวกระหาย

§  การปฐมพยาบาลให้นอนราบ ถ้าเลือดออกห้ามเลือด ห่มผ้า คลายเสื้อผ้า อย่าเคลื่อนไหวผู้ป่วย ถ้าบาดเจ็บที่อก ท้อง ศีรษะ ให้หนุนศีรษะและบ่าให้สูงกว่าลำตัวเล็กน้อย คอยปลอบใจ ถ้ากระหายน้ำมาก ให้หยดน้ำที่ริมฝีปากนิด ๆ ห้ามรับประทานสิ่งใด

 

สำลัก หรือมีสิ่งของไปอุดหลอดลม

Ø  ทารก ให้ตบกลางหลังอย่างรวดเร็ว 4 ครั้ง ในท่าที่ศีรษะอยู่ต่ำกว่าปอด

Ø  เด็กเล็ก ให้ตบกลางหลังหนัก ๆ 4 ครั้ง ในท่าที่ศีรษะอยู่ต่ำกว่าปอด

Ø  เด็กโตและผู้ใหญ่ ให้ตบหนัก ๆ และเร็ว ๆ กลางหลัง 4 ครั้ง ในท่าที่ศีรษะอยู่ต่ำกว่าปอด

 

ไฟฟ้าช็อต

Ø  รีบปิดสวิตซ์ไฟทันที

Ø  ถ้าไม่สามารถปิดสวิตซ์ไฟได้ ห้ามใช้มือจับต้องคนที่กำลังถูกไฟช็อต แล้วใช้สิ่งที่ไม่นำไฟฟ้า เช่น ไม้กวาด เก้าอี้ไม้ เขี่ยออกจากสายไฟ หรือเขี่ยสายไฟออกจากตัวผู้บาดเจ็บ

Ø  เมื่อตัวผู้บาดเจ็บหลุดออกมาแล้ว รีบปฐมพยาบาล ถ้าหยุดหายใจให้ทำการเป่าปากช่วยหายใจ ถ้าคลำชีพจรไม่ได้ ให้นวดหัวใจ แล้วรีบนำไปโรงพยาบาล

 

==========================  กลับขึ้นด้านบน  =======================

 

 

สัตว์กัด

·         สุนัขกัด

o   ถ้าเลือดออก ห้ามเลือดทันที (ด้วยผ้ากอซ หรือบีบแผล)

o   ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ปิดด้วยผ้ากอซสะอาด

o   รีบไปพบแพทย์ เพื่อฉีดวัคซีน

 

·         งูกัด

o   ดูรอยแผล ถ้าเป็นงูมีพิษ จะมีรอยเขี้ยว

o   ใช้เชือก หรือยาง หรือเข็มขัดรัดเหนือแผลให้แน่นพอควร

o   ให้นอนนิ่ง ๆ คอยปลอบใจ

o   ห้ามดื่มสุรา ยาดองเหล้า ยากล่อมประสาท

o   ถ้าหยุดหายใจให้ช่วยหายใจทันที

o   ควรนำงูไปพบแพทย์ด้วย ถ้าทำได้

 

·         แมลงต่อย

o   ถ้าถูกต่อยหลายตัว หรือต่อยบริเวณหน้า ให้รีบไปพบแพทย์

o   พยายามถอนเหล็กใน (โดยใช้หลอดกาแฟเล็ก ๆ แข็ง ๆ หรือปากกาครอบแล้วกดให้เหล็กในโผล่ แล้วดึงเหล็กในออก)

o   ใช้ยาแก้แพ้ทา หรือราดด้วยน้ำโซดา หรือประคบด้วยน้ำแข็ง (ปกติอาการบวมจะลดลงใน 1 วัน ถ้าไม่ลดให้พบแพทย์)

o   ถ้ามีอาการปวด กินยาแก้ปวด (พาราเซตามอล)

 

·         ทากดูดเลือด

o   ห้ามดึง เพราะเลือดจะหยุดยาก

o   จี้ทากด้วยบุหรี่ติดไฟ หรือไม้ขีดไฟให้ทากหลุด

o   ล้างแผลให้สะอาด ใส่ทิงเจอร์แผลสด หรือเบตาดีน

 

อาการแพ้พิษแมลงที่ต้องไปพบแพทย์ทันที

        ช็อค เวียนศีรษะ ตัวซีด เหงื่อออก อาเจียน หายใจลำบาก ผื่นขึ้นที่ตา ตาบวม

 

 

โดนพิษสัตว์ทะเล

·         โดนเงี่ยงปลาที่มีพิษ

แช่น้ำร้อนพอทน (40 องศาเซลเซียส หรือ 104 องศาฟาเรนไฮต์) นาน 4-5 นาที จะช่วยให้หายปวด

·         โดนแมงกระพรุนไฟ

o   ใช้ทราย หรือผักบุ้งทะเลถูเมือกออก

o   ล้างด้วยน้ำสบู่

o   ทาด้วยน้ำปูนใส แอมโมเนียเพรดนิโซโลนครีม หรือเบตาเมทธาโซนครีม

 

ลมพิษ

  สาเหตุ

        โดนสารที่แพ้ พืช สารเคมี แพ้อาหารทะเล เหล้า เบียร์ ละอองต่าง ๆ

 

การปฐมพยาบาล

o   ทายาแก้ผดผื่นคัน คาลาไมน์ เพรดนิโซโลนครีม เบตาเมทะาโซนครีม

o   กินยาแก้แพ้ คลอเฟนนิรามีน ขนาด 4 มิลลิกรัม 1 เม็ด

o   หาสาเหตุที่แพ้

o   ถ้าผื่นไม่ยุบลง และเพิ่มมากขึ้นให้รีบไปพบแพทย์

 

เป็นลม

o   ห้ามคนมุงดู พาเข้าที่ร่มให้อยู่ในที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก

o   คลายเสื้อผ้าออกให้หลวม

o   จัดให้นอนคะแคงหน้าไปข้างใดข้างหนึ่ง เพื่อป้องกันในเรื่องทางเดินหายใจอุดตัน โดยเฉพาะลิ้นของผู้ป่วย มักจะตกไปทางด้านหลังของลำคอ ทำให้หายใจไม่ออก

o   ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าผาก มือ และเท้า

o   ถ้าอาการไม่ดีขึ้น รีบนำส่งโรงพยาบาล

 

 

==========================  กลับขึ้นด้านบน =======================

 

เลือดกำเดาออก

สาเหตุ

        จากการกระแทก สั่งน้ำมูก การแคะจมูก

การปฐมพยาบาล

o   นั่งลง ก้มศีรษะเล็กน้อย บีบจมูกนาน 10 นาที (หายใจทางปาก)

o   วางน้ำแข็ง หรือผ้าเย็น ๆ บนสันจมูก หน้าผาก ใต้ขากรรไกร

o   ถ้าไม่หยุด รีบไปพบแพทย์

 

เลือดออกไม่หยุดหลังการถอนฟัน

o   กัดผ้ากอซชิ้นใหม่ซ้ำ อมน้ำแข็ง (ห้ามบ้วนน้ำ หรือน้ำยาบ้วนปาก)

o   ประคบน้ำแข็งนอกปาก

o   ถ้ายังไม่หยุดให้รีบไปพบแพทย์

 

หูอื้อ

§  กรณีเป็นหูน้ำหนวกอยู่ให้รีบรักษาให้หาย

§  กรณีหูอื้อไม่ทราบสาเหตุ อาจจะมาจากการมีขี้หูมาก ขี้หูเหนียว ให้ไปพบแพทย์ เพื่อดึงขี้หู หรือดูดขี้หูออก

 

ของเข้ารูจมูก

o   บีบจมูกข้างที่ไม่มีของ แล้วสั่งออกมาแรง ๆ

o   อย่าพยายามแคะออก

o   ถ้าเป็นเด็กให้หันเหความสนใจจากจมูก ให้หายใจทางปาก แล้วรีบไปพบแพทย์ทันที

 

ของเข้าหู

o   ตะแคงศีรษะ หันหูข้างที่มีของเข้าไปลง เพื่อให้ของหล่นออกมาเอง

o   ถ้าไม่ออก ห้ามแคะหู ให้รีบไปพบแพทย์

 

แมลงเข้าหู

        พาไปหาที่มืด ใช้ไฟฉายส่อง (ให้แมลงออกมาตามแสง) หรือหยอดด้วยน้ำมัน หรือกลีเซอรีนบอแรกซ์ ให้แมลงลอยออกมา แล้วจึงเขึ่ย หรือคีบออก ถ้าไม่ออกให้รีบไปพบแพทย์ทันที

 

คันในหู (เพราะเป็นเชื้อรา)

        ใช้ไม้พันสำลีชุบทิงเจอร์แผลสด ทาในรูหูวันละ 2-3 ครั้ง

 

หอบ-หืด

o   ให้ผู้ป่วยนั่ง หรือยืนในท่าเอนตัวไปข้างหน้า ให้หลังและหน้าอกตรง

o   คลายเสื้อผ้าให้อากาศบริสุทธิ์ผ่านเข้าห้อง

o   ปลอบมิให้ตกใจ วิตก กังวล

o   ถ้าเป็นครั้งแรกรีบไปพบแพทย์ทันที

o   กรณีผู้ป่วยพ่นยา หรือกินยาประจำ ให้รีบใช้ยาทันที

 

พุ-พอง

  สาเหตุ

        จากการเสียดสี ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ผิวหนังชั้นนอกแยกจากชั้นใน มีน้ำมาขังอยู่

  การปฐมพยาบาล

        ถ้าแผลเล็ก ไม่ต้องทำอะไร ปกติร่างกายจะดูดซึมน้ำกลับไปเอง และผิวหนังชั้นนอกจะลอกตัวไป

        ถ้าบริเวณที่พุพองขยายตัวกว้างขึ้นให้รีบไปพบแพทย์

 

ฟกช้ำ หัวโน ห้อเลือด

        ให้ประคบความเย็นเร็วที่สุด เพื่อลดอาการบวม เจ็บ หรือใช้มะนาวผสมดินสอพองพอกไว้ (ปกติรอยฟกช้ำจะหายไปเอง)

        ถ้าเกิดอาการนานเกิน 24 ชั่วโมง ใช้ประคบ และคลึงด้วยผ้าชุบน้ำร้อน วันละ 2-3 ครั้ง

 

 

ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก

o   ฉีก หรือตัดเสื้อผ้าบริเวณที่ถูกน้ำร้อนลวกออก

o   เสื้อผ้าที่ไหม้ไฟและดับแล้ว ถ้าติดที่แผล ไม่ต้องดึงออก

o   ถอดเครื่องประดับที่รัดอยู่ เช่น แหวน เข็มขัด นาฬิกา รองเท้า (เพราะอาจจะบวมทำให้ถอดยาก)

o   ทำให้บริเวณที่ถูกไฟไหม้ น้ำร้อนลวกเย็นลงโดยเร็วที่สุด (ทำอย่างน้อย 10 นาที)

o   ใช้ผ้ากอซปราศจากเชื้อปิดแผล กรณีแผลใหญ่ ใช้ผ้าปิดพันด้วยผ้ายืดหลวม ๆ

 

 

ข้อเคล็ด

o   ให้บริเวณข้อนั้น ๆ อยู่นิ่ง ๆ และยกสูงไว้

o   ประบน้ำแข็งทันที เพื่อลดอาการบวม ปวด

o   ถ้าภายหลังมีอาการบวม ให้ประคบด้วยน้ำร้อน หรือนวดด้วยยาหม่อง หรือน้ำมันระกำ หรือ GPO บาล์ม

o   ถ้าปวดมาก บวมมาก ให้รีบปรึกษาแพทย์

 

 

==========================  กลับขึ้นด้านบน =======================

 

 

การทำแผลทั่วไป

o   ล้างมือให้สะอาด

o   ทำแผลที่สะอาดก่อนแผลที่สกปรก

o   เช็ดรอบแผลด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์ (เช็ดจากข้างในวนมาข้างนอกทางเดียว)

o   ปิดด้วยผ้ากอซ หรือผ้าสะอาด

o   อย่าให้ถูกน้ำอีก เพราะจะทำให้เป็นหนองหรือหายช้า

 

§  กรณีแผลถลอกทั่วไป

o   ล้างด้วยน้ำ และสบู่ให้สิ่งสกปรกออกให้หมด

o   เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ ทาทิงเจอร์แผลสด หรือเบตาดีน

o   ไม่ต้องปิดแผล

 

§  กรณีแผลตื้น หรือมีบาด (เลือดออกไม่มาก)

o   บีบเลือดออกบ้าง

o   ล้างด้วยน้ำสะอาด และสบู่

o   ใส่ยาทิงเจอร์แผลสด หรือเบตาดีน

o   ปิดแผล เพื่อให้ขอบแผลสมานติดกัน  

 

§  กรณีแผลลึกถึงกระดูก หรือกระดูกโผล่

o   ห้ามเลือดทันที

o   ใช้ผ้าสะอาดคลุม ห้ามจับกระดูกยัดกลับเข้าไป

o   รีบพาไปพบแพทย์ทันที

 

§  กรณีแผลมีหนอง

o   ล้างด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ หรือเดกิ้นโซลูชั่น ทุกวัน

o   เช็ดด้วยสำลี

o   รับประทานยาปฏิชีวนะตามแพทย์สั่งให้ครบ  

 

§  กรณีแผลตะปูตำ

o   ล้างแผลให้สะอาดด้วยน้ำ และสบู่มาก ๆ

o   ใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ทำความสะอาดอีกครั้ง

o   ปิดแผล ห้ามถูกน้ำ

o   ฉีดยาป้องกันบาดทะยัก

o   รับประทานยาปฏิชีวนะตามแพทย์สั่งให้ครบ

o

§  กรณีแผลถูกแทงด้วยของแหลม มีด ไม้

o   ตัดมีด หรือไม้ที่ถูกแทงให้สั้นลง และยึดวัสดุนั้นให้อยู่นิ่ง เพื่อให้เดินทางไปพบแพทย์ได้สะดวก (ห้ามดึงออก)

o   ให้อยู่นิ่ง ๆ

o   รีบนำส่งโรงพยาบาล

 

 

อาการปวดท้องที่ควรไปพบแพทย์ทันที

Ø  ปวดท้องพร้อมอาเจียนเป็นเลือด

Ø  เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ หรือคนชรา

Ø  ปวดท้อง เพราะถูกกระแทก ทุบ ตี หรือตกจากที่สูง

Ø  ปวดนานหลายชั่วโมง

Ø  ปวดมากจนนอนไม่หลับ

 

 

ท้องเดิน ท้องร่วง ท้องเสีย

§  ในเด็กโต หรือผู้ใหญ่

o   งดอาหารรสจัด และย่อยยาก เลือกกินอาหารเหลว กินจนกว่าอาการจะดีขึ้น

o   ดื่มน้ำเกลือแร่ หรือผสมเอง (เกลือ 1/2 ช้อนชา + น้ำ 1 ขวดแม่โขง)

o   ดื่มน้ำชาแก่ ๆ

o   ถ้าถ่ายรุนแรง มีอาเจียนอ่อนเพลียมาก หน้ามืด เป็นลม และอาการไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง ให้รีบไปพบแพทย์

§  ในเด็กเล็ก เด็กทารก

o   งดนม และอาหาร ประมาณ 2-4 ชั่วโมง ดื่มน้ำเกลือแร่ (ทารกใช้เกลือ 1/2 ช้อน + น้ำ 1 ขวดแม่โขง)

o   ถ้าเด็กหิวมากให้นมที่ชงจาง ๆ ทีละน้อย

o   ถ้าถ่ายท้องรุนแรง อาเจียน ดื่มนม หรือน้ำไม่ได้ (ซึม ตาโบ๋ กระหม่อมบุ๋ม หายใจหอบแรง) และไม่ดีขึ้นใน 24 ชั่วโมง ให้ไปพบแพทย์โดยด่วน

 

ท้องผูก

§  ในเด็กโต หรือผู้ใหญ่

o   ดื่มน้ำมาก ๆ กินอาหารพวกผัก ผลไม้ งดชา กาแฟ และออกกำลังกาย

o   กินยาระบาย (ชามะขามแขก ยาระบายแมกนีเซีย)

o   ถ้ามีอาการปวดท้องรุนแรง หรืออาเจียนรุนแรง ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว  

 

§  ในเด็กเล็ก

o   ดื่มน้ำมาก ๆ น้ำส้มคั้น น้ำลูกพรุนต้ม หรือเปลี่ยนนม

o   ใช้กลีเซอรีนเหน็บก้น (ของเด็ก)

 

 

==========================  กลับขึ้นด้านบน =======================

 

 

ก้างติดคอ

        กลืนก้อนข้าวสุก หรือขนมปังนิ่ม ๆ

        ถ้ายังไม่หลุด กลืนน้ำส้มสายชูเจือจาง เพื่อให้ก้างอ่อนลง

        ถ้าไม่หลุด ควรไปพบแพทย์

 

 

ตะคริว

สาเหตุ

§  ใช้กล้ามเนื้อมัดนั้นหนักเกินไป

§  ความหนาวเย็น

§  การสูญเสียน้ำและเกลือแร่ (อาเจียน ท้องเสีย เหงื่อออก)

การปฐมพยาบาล

o   การยืดกล้ามเนื้อส่วนนั้นออก โดยถ้าเป็นที่มือ ให้ยืดนิ้วมือ ดัดปลายนิ้ว ถ้าเป็นที่เท้า ให้ยืดนิ้วเท้า ยืนเขย่ง ถ้าเป็นที่ต้นขา ให้นั่งลง เหยียดเท้า กดที่หัวเข่า และช่วยนวดเท้า ถ้าเป็นที่น่อง ให้นั่งลง ยืดขา

o   ถ้าเป็นเพราะเสียเหงื่อ เสียน้ำ ให้ดื่มน้ำเกลือ (เกลือ 1 ช้อนชา ผสมน้ำ 1 ขวดแม่โขง)

 

 

กินยาพิษ

§  ยาพิษที่มีฤทธิ์กัด

        ตัวอย่างเช่น กรด ยาฆ่าเชื้อ ยาขัดพื้น น้ำยาล้างสี ผงขัดถู แชมพู แอลกอฮอล์ทาแผล ยางสน น้ำยาขัดเงา ผงและน้ำยาซักผ้า โซดาซักล้าง สีย้อมเนื้อไม้ ผงซักฟอก ยาล้างห้องน้ำ

       การปฐมพยาบาล

o   มองหาภาชนะบรรจุยาพิษที่ตกอยู่ใกล้ผู้ป่วย และนำภาชนะบรรจุยาพิษไปโรงพยาบาลด้วย

o   สังเกตรอยไหม้บริเวณริมฝีปากและปาก

o   เรียกรถพยาบาลทันที

o   ดื่มนมมาก ๆ (โดยให้จิบทีละน้อย เพราะนมจะช่วยทำให้พิษเจือจางลง) ถ้าหานมไม่ได้ให้ดื่มน้ำสะอาด

o   ห้ามทำให้อาเจียน ถ้าผู้ป่วยหมดสติ ห้ามกรอกน้ำ หรือของเหลวเข้าปากผู้ป่วย ถ้าหยุดหายใจ ให้รีบช่วยหายใจ  

 

§  ยาพิษที่ไม่มีฤทธิ์กัด

        ตัวอย่างเช่น แอลกอฮอล์ (เอทธิลแอลกอฮอล์) แอสไพริน ผลไม้ป่ามีพิษ เห็ดพิษ ยาแผนปัจจุบัน

    การปฐมพยาบาล

o   มองหาภาชนะบรรจุยาพิษที่ตกอยู่ใกล้ผู้ป่วย นำไปโรงพยาบาล

o   ถ้าทราบว่าเพิ่งรับประทานยาเข้าไป พยายามทำให้อาเจียน ถ้าไม่ออกให้ดื่มน้ำมาก ๆ พยายามล้วงคอให้อาเจียน นำเศษอาเจียนไปให้แพทย์ดูด้วย (ถ้าทำได้)

o   ถ้ากินยาพิษเข้าไประยะหนึ่งแล้ว อย่าทำให้อาเจียน เพราะพิษถูกดูดซึมภายหลัง

 

 

ถูกแก๊สพิษ

        ตัวอย่างเช่น คาร์บอนมอนนอกไซด์ จะมีอาการปวดศีรษะ สับสน หายใจลำบาก อาจจะหมดสติ ผิวหน้าจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ถ้าในขณะที่ได้รับแก๊สเพิ่มขึ้น

วิธีปฐมพยาบาล

o   ให้ได้อากาศบริสุทธิ์เร็วและมากที่สุด (อาจจะเปิด หรือทุบกระจกประตูหน้าต่าง)

o   คลายเสื้อผ้าให้หลวม ปฐมพยาบาลเหมือนคนช็อค (ห่มผ้าให้อบอุ่น)

o   ถ้าหยุดหายใจ ให้รีบช่วยหายใจ

o   ดูการหายใจและจับชีพจรอย่างใกล้ชิด

o   เรียกรถพยาบาลทันที

 

========================================================

Back to top of page            กลับไปหน้าหลัก           E-mail This Page